รางวัลเข็มฝีมือศรทอง การประกวดบรรเลงดนตรีไทย"ศรทอง"ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครั้งที่ 4
รางวัลชนะเลิศถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพ รางวัลสถานศึกษาดีเด่นทางวัฒนธรรมด้านดนตรีไทย ระดับภาคตะวันออก

เปลี่ยนภาษา

แนะนำครูโสธร

pojjaman.jpg

มุมคนดี คนเก่ง

ประวัติความเป็นมาโรงเรียนวัดโสธรวรารามวรวิหาร

           โรงเรียนวัดโสธร   จัดตั้งโดยหลวงอำนวยศิลปศาสตร์ธรรมการมณฑลปราจีน  ตั้งแต่วันที่  ๑  กรกฎาคม พ.ศ.  ๒๔๖๗ อยู่ในความควบคุมดูแลของ อำมาตย์ขุนอภิรามจรรยา ครูใหญ่โรงเรียนประจำมณฑลปราจีนบุรีฉะเชิงเทรารังสฤษฎิ์   โดยใช้ชื่อว่า  “โรงเรียนวัดโสธร”   ขึ้นกับโรงเรียนประจำมณฑลปราจีนบุรีฉะเชิงเทรารังสฤษฎิ์ ได้อาศัยศาลาวัดโสธรวราราม  เป็นสถานที่ทำการสอน ในครั้งแรก มีครูประจำเพียง  ๒ คนเท่านั้น คือ   นายง่วนฮก   เจียมอาตม์ และ นางฉวี   สิงหเสนีย์

                    วันที่  ๑   พฤษภาคม พ.ศ.    ๒๔๗๐   โรงเรียนวัดโสธรได้โอนจากโรงเรียนประจำจังหวัดไปเป็นโรงเรียนประชาบาล ประจำตำบลหน้าเมือง ๑ (วัดโสธร)โดยเปิดสอนตามหลักสูตรประถมศึกษา

                    วันที่ ๒๐  ตุลาคม พ.ศ.     ๒๔๗๙ โอนมาอยู่ในความดูแลของเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา โดยใช้ชื่อว่า   “ โรงเรียนเทศบาล ๓ วัดโสธร ”   เปิดสอนตามหลักสูตรของกระทรวงธรรมการ 

                    เนื่องจากโรงเรียนอยู่ในเขตเทศบาล ใกล้ที่ทำการขององค์การปรับปรุงส่งเสริมการศึกษาจังหวัดฉะเชิงเทรา ทางราชการจึงได้จัดให้เป็นโรงเรียนทดลองการศึกษาแผนใหม่ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๔มีอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญทั้งคนไทยและต่างประเทศมาแนะนำ และควบคุมการศึกษาในโรงเรียนจนเจริญขึ้น ระยะนี้คณะครูจากหน่วยงานต่าง ๆ  มาดูงานโรงเรียนเป็นจำนวนมาก

                     วันที่    ๑    พฤษภาคม   พ.ศ.   ๒๔๙๖ โรงเรียนได้อาคารประกอบ (หอประชุม)  ๑  หลัง ส่วนอาคารเรียนก็ได้ปรับปรุง ทำการซ่อมแซมให้แล้วเสร็จในเวลาต่อมา

                    วันที่    ๒๗   มิถุนายน   พ.ศ.   ๒๔๙๗    โรงเรียนได้เริ่มสร้างอาคารเรียนจนแล้วเสร็จ      เมื่อ วันที่  ๒๗   กุมภาพันธ์    ๒๔๙๘  และได้ใช้เป็นสถานที่เรียนเมื่อวันที่ ๑  มีนาคม พ.ศ.  ๒๔๙๘ 

                 ใน ปีพ.ศ.  ๒๕๐๓   โรงเรียนได้เข้ามาอยู่ในข่ายของโครงการการปรับปรุงพัฒนาการศึกษา (ค.พ.ศ.) ได้รับเงินงบประมาณจากโครงการ  ด.พ.ศ.  และมี  T.A. จาก  USOM และ ผู้ประสานงานจากศูนย์พัฒนาการศึกษาส่วนกลางมาให้คำแนะนำอยู่เสมอ

                    วันที่   ๒๐   เมษายน    พ.ศ.    ๒๕๐๘     พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระพรหมคุณาภรณ์                            (ครั้งที่มีสมณศักดิ์เป็นพระพุทธิรังสี)    เจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร  ได้ออกตรวจบริเวณสถานที่ต่าง ๆ ของบริเวณวัด   โดยเฉพาะโรงเรียนเห็นว่าโรงเรียนวัดโสธรเดิม   มีนักเรียน   ๘๙๔    คน                มีครู   ๒๐  คน สังกัดกรมสามัญศึกษา  กระทรวงศึกษาธิการ  ทำการสอนตั้งแต่เด็กเล็ก   ถึง                                   ชั้นประถมปีที่   ๗    มีห้องเรียนทั้งหมด   ๒๑    ห้อง ตั้งอยู่ริมน้ำสถานที่คับแคบมากเต็มไปด้วย                  สิ่งปฏิกูล  นักเรียนต้องไปแออัดในห้องประชุม  ในขั้นแรกได้สร้างอาคารเรียนชั่วคราว ๑  หลัง                     ๔  ห้องเรียน แต่ก็ยังไม่เพียงพอกับจำนวนนักเรียน จึงจะต่อเติมอาคารเดิมให้ดีขึ้น แต่เนื่องจากสถานที่คับแคบ ไม่มีทางขยายออกได้ประกอบกับทางด้านหน้าโรงเรียนติดกับแม่น้ำบางปะกง  ถูกน้ำกัดเซาะพังอยู่ทุกวัน ไม่มีทางปรับปรุงหรือขยายต่อได้   ท่านจึงมีแนวคิดที่จะสร้างอาคารใหม่ โดยเริ่มซื้อที่ดินทางทิศเหนือของวัดได้ประมาณ  ๑๘  ไร่

                    ต่อมาเมื่อวันที่   ๓  มิถุนายน    ๒๕๐๙    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ พร้อมด้วยสมเด็จฯ พระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ  และ พระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าหญิงอุบลรัตน์ราชกัลยา ฯ ได้เสด็จมา              วัดโสธรวรารามฯ  ในโอกาสนี้ได้พระราชทานทุนทรัพย์ซึ่งเป็นเงินที่ชาวบ้านทูลเกล้า ฯถวาย เป็นทุนประเดิมจำนวน    ๙๕,๙๒๑.๐๐  บาท (เก้าหมื่นห้าพันเก้าร้อยยี่สิบเอ็ดบาท ) เพื่อปรับปรุงโรงเรียนวัดโสธร  ต่อมามีผู้บริจาคสมทบโดยเสด็จพระราชกุศลเพิ่มเติม สามารถซื้อที่ดิน ขยายได้เป็น ๓๐  ไร่  ๓   งาน   ๖๑    ตารางวา   เริ่มทำการก่อสร้างโรงเรียนประมาณ ต้นเดือนสิงหาคม   พ.ศ .   ๒๕๑๐       เป็นอาคารทรงไทย  ๓   ชั้น มี  ๓๐   ห้องเรียน   กว้าง  ๑๐ เมตร  ยาว  ๘๐  เมตร  ใต้อาคารเป็นถังเก็บน้ำฝนลึก  ๓   เมตร  ครั้นการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ จึงมีหนังสือขอพระราชทานพระปรมาภิไธยย่อ “ภปร”  ประดิษฐานไว้ที่หน้าบันอาคารเรียน และ โปรดเกล้า ฯ พระราชทานชื่อโรงเรียน  ที่สร้างใหม่ว่า “ โรงเรียนวัดโสธรวราราวรวิหาร ”  พร้อมทั้งเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารเรียน เมื่อวันที่  ๒๐   พฤศจิกายน   พ.ศ.     ๒๕๑๒

              ในปี พ.ศ.  ๒๕๑๒   พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระพรหมคุณาภรณ์ (ครั้งที่มีสมณศักดิ์เป็น                     พระพระธรรมเสนานี ) ได้มีหนังสือขอเปิดชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑  แต่ยังไม่ได้รับอนุมัติเป็นทางการ จนกระทั่งใกล้เริ่มปีการศึกษา  ๒๕๑๓  โรงเรียนพุทธโสธร  จึงได้เปิดทำการสอนเป็นวันแรก เมื่อวันที่ ๒๐  มิถุนายน  พ.ศ.   ๒๕๑๓ โดยได้รับนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนวัดโสธรฯ เข้าเรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ จำนวน  ๒ ห้องเรียน มีนักเรียน  ๕๔  คน เป็นชาย  ๒๙ คนและหญิง ๒๕ คน ต่อมากระทรวงศึกษาธิการจึงอนุมัติประกาศตั้งเป็นโรงเรียนรัฐบาลระดับมัธยม ศึกษาตอนต้น ตามหนังสือจังหวัดฉะเชิงเทราที่  ฉช  ๒๓/๘๙๒๓  ลงวันที่  ๑๕  มิถุนายน  ๒๕๑๓๒   และได้อาศัยอาคารสถานที่ร่วมกับโรงเรียนวัดโสธรฯ  มาโดยตลอด โดยอาจารย์ใหญ่โรงเรียนวัดโสธรฯ ได้รับแต่งตั้งให้รักษาการในตำแหน่งอาจารย์ใหญ่โรงเรียนพุทธโสธรอีกตำแหน่ง หนึ่ง

                ในปี  พ.ศ.  ๒๕๒๒    พระพรหมคุณาภรณ์ (จิรปญฺโญ   ด.เจียม  กุลละวณิชย์) ได้เริ่มก่อสร้างอาคารเรียนให้ใหม่ เป็นอาคาร ๒  หลังติดกันมี  ๗๒  ห้องเรียน (อาคาร  ๑ และ อาคาร ๒)  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมเกล้า  ฯ  ถวายเป็นอนุสรณ์สถานในการสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ และ           พระบรมราชวงศ์จักรี  ครบ ๒๐๐  ปี ทั้งได้ขอรับพระราชทานพระปรมาภิไธยย่อ  “ภปร” ประดิษฐานที่หน้าบันอาคารเรียนโรงเรียนพุทธโสธร  และ ได้รับพระราชทาน เมื่อวันที่  ๑๖  สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๒  ในวันที่   ๑   ตุลาคม   พ.ศ.   ๒๕๒๓  โรงเรียนวัดโสธรวรารามวรวิหาร  ได้โอนจาก          กรมสามัญศึกษา  กระทรวงศึกษาธิการ  ไปขึ้นกับสำนักงานคณะกรรมการประถมศึกษาแห่งชาติกระทรวงศึกษาธิการ

             ในปีการศึกษา  ๒๕๒๖  โรงเรียนพุทธโสธร  ได้รับอนุมัติจากกระทรวงศึกษาธิการให้เปิดเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

             ต่อมา ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เจริญพระชนมพรรษาครบ  ๕ รอบได้สร้างอาคารอเนกประสงค์ หอสมุด พิพิธภัณฑ์สถาน ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช  น้อมเกล้า ฯถวาย อีก ๑ หลังประกอบด้วย

                    ชั้นล่าง     เป็นห้องโล่งใช้เป็นที่ประชุมนักเรียน ประชุมพระสังฆาธิการและจัดงานต่าง ๆ

                    ชั้นที่   ๒  เป็นห้องสมุดให้ นักเรียนและประชาชนทั่วไปได้เข้าศึกษาหาความรู้ 

                    ชั้นที่   ๓  เป็นพิพิธภัณฑสถาน ใช้เป็นที่รวบรวมของเก่าล้ำค่า หาดูยากไว้ให้ศึกษาค้นคว้าสืบไปโดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ  เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารเมื่อวันที่  ๑๙ มกราคม  พ.ศ.   ๒๕๓๑  ตามเจตนาเดิมของ พระพรหมคุณาภรณ์

                    พระพรหมคุณาภรณ์  (จิรปญฺโญ   ด.เจียม  กุลละวณิชย์)  มีความประสงค์ที่จะให้รวม        โรงเรียนวัดโสธรวรารามวรวิหารและโรงเรียนพุทธโสธร    ทั้งสองเป็นโรงเรียนเดียวกัน เพื่อให้การบริหารทางวิชาการ ทางกิจกรรม และการปลูกฝังอบรมบ่มนิสัย  ด้านคุณธรรม จริยธรรม ให้แก่เด็กอยู่ในแนวทางเดียวกันและเป็นไปอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้โรงเรียนทั้งสองยังอยู่ในบริเวณเดียวกันอีกด้วย

                    ต่อมาจึงได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาการรวมโรงเรียนขึ้น เมื่อวันที่ ๑๓   ธันวาคม  พ.ศ.  ๒๕๓๓   ซึ่งมีปัญหาติดขัดในแง่กฎหมาย  แต่ในที่สุดก็ได้แนวทางรวมโรงเรียนโดยมิต้องแก้กฎหมายในรูป  “โครงการรวมโรงเรียนพุทธโสธรและโรงเรียนวัดโสธรวรารามวรวิหาร” และในวันที่ ๑๒  กันยายน   พ.ศ.   ๒๕๓๕   คณะรัฐมนตรี  มีมติเห็นชอบในหลักการที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอให้โรงเรียนพุทธโสธรและโรง เรียนวัดโสธรวรารามวรวิหาร รวมเป็นโรงเรียนเดียวกัน โดยใช้ชื่อว่า 

โรงเรียนพุทธโสธร”  สังกัดกรมสามัญศึกษา จัดการเรียนการสอนเป็นแบบพิเศษ เปิดสอนทั้งระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา

                    โรงเรียนวัดโสธรวรารามวรวิหารกับโรงเรียนพุทธโสธร ซึ่งเคยอยู่รวมกันมาตั้งแต่                พ.ศ.  ๒๕๑๓ – ๒๕๒๗   มีผู้บริหารคนเดียวกันมาเป็นเวลา   ๑๓   ปี แต่ต้องแยกจากกันตามพระราชบัญญัติโอนกิจการบริหารโรงเรียนประชาบาลของ องค์การบริหารส่วนจังหวัดและโรงเรียนประถมศึกษาของกรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการไปเป็นของคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ   พ.ศ.  ๒๕๒๓  มาตรา  ๑๒ ,  ๑๓ และมาตรา  ๑๔ ได้มีโอกาสกลับมารวมกันอีกครั้งหนึ่ง ตามมติคณะรัฐนมตรี เมื่อวันที่  ๑๒  กันยายน   พ.ศ.   ๒๕๓๕ โดยคณะกรรมการการประถมศึกษาจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ประกาศเลิกล้มกิจการโรงเรียนวัดโสธรวรารามวรวิหาร เมื่อวันที่   ๑๑ มกราคม   พ.ศ.   ๒๕๓๖ โดยมีผลตั้งแต่วันที่  ๑๐    กุมภาพันธ์   พ.ศ.   ๒๕๓๖

      เมื่อวันที่  ๘  เมษายน   ๒๕๕๔  พระราชมงคลรังษี   เจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร    ได้มีลิขิตที่   วสธ ๐๐๘/๒๕๕๔    ลงวันที่   ๑๘   มีนาคม    ๒๕๕๔   แจ้งทางโรงเรียนพุทธโสธรให้ทราบมติของมหาเถรสมาคม ในการประชุมครั้งที่  ๖/๒๕๕๔   เมื่อวันที่   ๒๘   กุมภาพันธ์    ๒๕๕๔   ให้โรงเรียนที่ตั้งอยู่ในเขตธรณีสงฆ์หรือในเขตของวัดให้ใช้คำว่า  “วัด” นำหน้า ชื่อโรงเรียน ส่วนโรงเรียนที่ตัดคำว่า “วัด” ออกจากชื่อโรงเรียนไปให้กลับนำมาใส่เหมือนเดิมเพื่อเป็นการเชื่อมโยงความ เป็นมาและอุปการคุณที่วัดมีต่อโรงเรียน  โรงเรียนได้ดำเนินการเสนอเพื่อขอเปลี่ยนชื่อโรงเรียน และคณะกรรมการการเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต  ๖ได้มีมติให้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนพุทธโสธรเป็นโรงเรียนวัดโสธรวรารามวรวิหาร                                           โดยใช้ชื่อซึ่งพระราชทานเดิม  ตามหนังสือที่ รล  ๐๐๐๒/๓๑๘๔   ลงวันที่   ๗   ตุลาคม  ๒๕๑๑
โดยมีผลตั้งแต่วันที่   ๒๐  พฤษภาคม   พ.ศ.    ๒๕๕๔